วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อุทยานอ้อมฤดีโดยสังเขป ที่มาของคำว่าบัลลังค์นาคราช

หลังจากที่มีหลายท่านได้สอบถามว่า อุทยานอ้อมกอฤดี มีอะไรบ้าง วันนี้ผมในจะเล่าสภาพภายในอุทยานในฟังพอสังเขป  "วณอุทยานอ้อมฤดี" หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า อุทยานอ้อมฤดี  สภาพโดทั่วไปเป็นป่าดิบชื้น ที่มีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์  เป็นที่ตั้งของศาลหลักบ้านหลักเมืองของเจ้าปู่หอคำ หรือ ปู่ขาวตามคำเรียกของชาวบ้าน (พญานาคาธิบดีศรีสุทโธ)ซึ่งมีเชื่อว่าเป็นวังพญานาคราชอีกแห่ง1 ที่เจ้าปู่ได้เดินทางมาพักอาศัยเพื่อดูและชาวตำบลอ้อมกอ  มาช้านาน  เมื่อท่านเดินทางมาถึงจะมีรูปปั้นพญานาค 7 เจ็ดเศียร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจาก ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ อำเภอบ้านดุง
หลังจากนั้นเมื่อเดินเข้าไปอีกประมาณ 50 เมตร  จะพบกับ ศาลเจ้าปู่หอคำหรือ ปู่ขาว และศาลเจ้าปู่ดำ
ศาลาเจ้าปู่หอคำ หรือปู่ขาว (พญานาคาธิบดีศรีสุทโธนาคาราช)  จะมีรูปปั้นเจ้าปู่ ที่สถิตอยู่ ภายในเพื่อให้พี่น้องประชาชนสักการะบูชา
ศาลเจ้าปู่ดำ  เจ้าปู่องค์ดำ(เจ้าปู่พญานาคาดำแสนศิริจันทรา  วิสุธิเทวา)  เป็นผู้ชายลักษณะตัวใหญ่สูงผิวสีดำ ถืออาวุธขนาดใหญ่  มีหน้าที่ปกปักรักษา เป็นเสนาบดีที่ดูแลวังอ้อมฤดี(บัลลังค์นาคา  ตามตำนานกล่าว) และดูแลพี่น้องประชาชน ที่ฝากตัวเป็นลูกเป็นหลาน

            หลังจากที่สักการะเจ้าปู่ทั้ง 2 แล้ว  เราจะเดินทางเข้าสู่เขตภายในเกาะชั้นใน (วังชั้นใน)  จะมีสะพานทอดยาวประมาณ 100 เมตรเป็นไป  ระหว่างจะได้สัมผัสกับธรรมชาติระหว่างเดินเข้าภายในเกาะ
                                                                สะพานเข้าไปด้านใน

         ภายในอุทยานอ้อมฤดี  เมื่อท่านเดินเข้าไปถึงจะสัมผัสได้เลยว่าเป็นสถานที่  ไปเลยเหมื่อนว่าท่านกำลังเดินในอุทยานหิน หรือ ภูเขา  เพราะสิ่งที่อยู่ต่อหน้าท่าน คือ ก้อนหินภูเขาที่เรียงราย มีต้นไม้ใหญ่ ปกคลุม  สภาพธรรมชาติที่เย็นสบาย เราเรียนหินเหล่านี้ว่าบัลลังค์พญานาคราชดินแดนหมัศจรรย์หินล้านปีจากสภาพภายนอกที่มองเห็นเป็นป่าทึบริมฝั่งหนองน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร มองทัศนียภาพมีความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ ที่มีสภาพเป็นเกาะที่มีแหล่งน้ำล้อมรอบมีหนองน้ำขนาดใหญ่รองรับการไหลซึมของน้ำจากบริเวณหินกลางภูเขากลางเกาะ โดยสภาพที่มองเห็นภายในยังมีสิ่งมหัศจรรย์เกินที่จะคาดคิดได้ว่าความเป็นจริงกับนิทานปรัมปรา เล่าสืบต่อกันมาจนชั่วลูกหลานว่าดินแดนแห่งนี้เป็นที่ประทับของพญาศรีสุทโธ เจ้าแห่งนครบาดาล




      เจดีย์โบราณ  สภาพร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในสมัยโบราณซึ่งไม่ทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใดบริเวณด้านทิศตะวันออกของเกาะจะมีร่องรอยการตั้งบ้านเรือน และมีความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏหลักฐานคือเจดีย์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาหินกลางเกาะซึ่งเห็นเพียงซากยอดของเจดีย์ที่ปรักหักพังและส่วนบริเวณฐานและองค์ของเจดีย์น่าจะถูกปลวกสร้างรังห่อหุ้มไว้เป็น  จอมปลวกสูงมีต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมและมีเถาไม้เลื้อยหลากหลายชนิดเกิดปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น และยังมีจอมปลวกขนาดใหญ่อีกหลายแห่งเกิดขึ้นทั้งที่ในบริเวณนั้นเป็นน้ำซับมีความชื้นแฉะไม่น่าจะมีจอมปลวกเกิดในที่นั้นได้    เชื่อกันว่าน่าจะเป็นเจดีย์โบราณที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกันกับองค์ที่เห็นเพียงซากยอดเจดีย์ที่ปรากฏ


   บ่อน้ำศักสิทธิ์  บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นบ่อที่มีน้ำไหลออกจากท่อตาน้ำขนาดใหญ่ใต้ก้อนหินบนเกาะที่ไหลออกมาตลอดปีไม่มีเหือดแห้ง แล้วไหลลงสู่คลองรอบเกาะเสมือนเป็นกำแพงกั้นระหว่างเมืองภายนอก กับเกาะที่ดูคล้ายกับว่าเป็นตัวเมือง ซึ่งดูได้จากซาก สิ่งก่อสร้างที่เป็นศาสนสถาน (เจดีย์โบราณ)
สภาพคลองรอบเกาะที่ตื้นเขินเนื่องจากการเกิดและเน่าสลายขอพืชน้ำนานาชนิดมีสะพานคอนกรีตต่อเชื่อมจากภายนอกข้ามคลองที่ตื้นเขินเข้าสู่เกาะทางด้านทิศตะวันตกและสามารถมองเห็นร่องน้ำไหลอ้อมเกาะเป็นสองทิศทางคือไหลออกจากหัวเกาะทางด้านทิศเหนือน้ำจะไหลลงทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ต่างก็ไหลอ้อมเกาะลงสู่หนองคำ ทางด้านทิศใต้ของเกาะ
                ซึ่งบ่อน้ำนี้ เชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลออกมาจากแผ่นหิน สามารถนำไปเป็นพุทธมนต์ น้ำมงคล บางท่านยังเชื่อว่าสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ และในพิธีบวงสรวงศาลเจ้าปู่หอคำ(พญาศรีสุทโธ) ทุกปีจะใช้น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีโดยพ่อตู้จ้ำขอขมาพ่อธาตุ แม่ธาตุ ที่รักษาเจดีย์ ที่กลางเกาะและขออนุญาตอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ในการประกอบพิธี และให้นางรำในพิธีบวงสรวงในวันเพ็ญเดือนหก (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖)ของทุกปี

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสืออุทยานอ้อมฤดี  เขียนและเรียบเรียงโด ท่านผอ.พงษ์ศักดิ์  สมบัติกำไร

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามท่านที่สนใจเดินทางมาท่องเที่ยว
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/WnxuthyanXxmVdiTablXxmKx



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น